ทำไมเบียร์ถึงมีชื่อเรียกเยอะแยะไปหมด?

มั่นใจว่าเกือบทุกคนต้องเคยเข้าไปเลือกซื้อของกินของใช้ในซุปเปอร์มาร์เก็ตกันอยู่บ้าง เลยอยากมาสอบถามว่ามีใครบ้างที่เคยไปหยุดยืนอยู่ที่ชั้นขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วมองเห็นว่ามีเบียร์สารพัดรูปแบบ สารพัดรสชาติให้เลือกเยอะแยะจนลายตาไปหมดเหมือนไปยืนอยู่หน้าตู้ขายเครื่องดื่มที่มีน้ำผสมวิตามินเรียงกันเป็นพรืด คนที่ไม่ใช่สายดื่มหรือเป็นคนดื่มแค่พอหายอยาก ไปยืนมองก็คงงงว่าเบียร์ก็คือเบียร์ไม่ใช่เรอะ มันก็ขมๆ มึนๆ เหมือนกัน ทำไมยี่ห้อนึงถึงมีหลายตัวเลือกนัก แล้วก็จบที่เดินกลับไปหยิบเบียร์เจ้าดังที่คุ้นเคยที่สุดใส่ตะกร้าจ่ายเงิน
เอาตามจริง เบียร์เนี่ยก็เป็นศาสตร์นึงที่มีมิติที่น่าสนใจให้เรียนรู้หลายแขนง ตั้งแต่สไตล์เบียร์ คุณสมบัติต่างๆ ของวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ รวมถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย เลยทำให้บริวเวอร์ (Brewer) ทั่วโลกสนุกกับการสร้างสูตรและรสชาติแปลกใหม่ออกมาเพื่อสร้าง signature ให้แบรนด์ของตัวเองอยู่เสมอ
คุณเอ็ม เฮดบริวเวอร์ผู้ออกแบบคราฟต์เบียร์ดังอย่างชาลาวัน เพลเอล ของแบรนด์ฟูลมูนบริวเวอร์ค เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “การทำเบียร์ก็เหมือนการปรุงอาหาร ยิ่งทำให้คนดื่มเข้าถึงและเข้าใจรสชาติได้ง่ายขึ้นเท่าไร โอกาสที่คนจะหยิบมาดื่มก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น และมันก็เป็นเรื่องปกติที่คนรักการทำเบียร์ย่อมอยากจะสร้างสรรค์รสชาติเบียร์ของตัวเองให้ดีและแปลกใหม่ขึ้นเสมอเพื่อสร้างความแตกต่าง อีกทั้งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้คนที่ชอบดื่มได้มาทดลองและสนับสนุนเบียร์ใหม่ ๆ เหล่านั้น”
เมื่อปลายปี 2020 ที่ผ่านมาพวกเราก็เคยออกสินค้าลิมิเต็ดอย่าง โจรห้ารส มิลก์เชก ไอพีเอ ซึ่งเบียร์สไตล์ มิลก์เชก ไอพีเอ (Milkshake IPA) ก็เพิ่งจะเริ่มเป็นที่พูดถึงกันในแวดวงคราฟต์เบียร์ได้ไม่นานนี้เอง เป็นอีกสไตล์ที่แตกไอเดียออกมาจากคราฟต์เบียร์สไตล์หลักอย่างไอพีเอ (IPA) ที่บางคนอาจจะรู้สึกว่าดื่มยากเพราะรสชาติที่เข้มข้นของฮอปส์ ก็เลยพัฒนา มิลก์เชก ไอพีเอให้ดื่มกันได้ง่ายขึ้น ซึ่งจุดเด่นอย่างหนึ่งของเบียร์นี้คือการนำน้ำตาลแลกโตสที่พบได้ในนมมาเป็นส่วนผสมพิเศษที่ช่วยให้รู้สึกได้ว่าเนื้อสัมผัสของเบียร์จะนุ่ม ๆ เนียน ๆ คล้ายเนื้อครีม เลยเป็นที่มาของชื่อที่เรียกกันว่ามิลก์เชก ไอพีเอนี่แหละ
เพราะฉะนั้น การไปยืนงงหน้าชั้นขายเครื่องดื่มพวกนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ ผมเองก็เป็นบ่อย วิธีแก้ปัญหาคือเราต้องเปิดใจ ก้าวออกมาจากเซฟโซน แล้วหยิบมันไปจ่ายเงินเพื่อลองดื่มให้หายสงสัยซะ ว่าแต่ละตัวมันมีรสชาติที่แตกต่างกันยังไง ถ้ามันไม่ถูกปาก ก็กลับไปหยิบตัวอื่นมาลองใหม่ คุณก็จะได้เก็บเป็นประสบการณ์แล้วตัดสินใจด้วยตัวเองได้ไว้ว่ารสชาติและรสสัมผัสแบบไหนที่เราชอบหรือไม่ชอบโดยไม่ต้องฟังจากคำบอกเล่าของคนอื่นเลย